วิธีลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มใช้สิทธิวันแรก 29 ต.ค. 68
วิธีลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ผู้เคยโครงการคนละครึ่งเฟส 5 จะรู้ผลทันที ส่วนคนลงทะเบียนใหม่จะแจ้งผลภายใน 3 วัน โดยเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 29 ต.ค. 68 เป็นต้นไป
อัปเดตโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่เริ่มดำเนินโครงการในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้า และบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดรายจ่าย ให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีจำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิ ในวงเงินไม่เกิน 4.4 หมื่นล้านบาท
โดยจะเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ต.ค. 68 เวลา 06.00 - 22.00 น. ผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 - 23:00 น. โดยการสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการ ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการถอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใด
"คนละครึ่งพลัส" ลงทะเบียน - ใช้สิทธิผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
2. ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดังนี้
3. ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ "โครงการคนละครึ่งพลัส" เพื่อเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 - 23:00 น.
ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" 2568 เช็กคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
ไทม์ไลน์ "คนละครึ่งพลัส" ลงทะเบียนวันไหน ใช้ได้เมื่อไร
20 ต.ค. 68 : เปิดลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
26 ต.ค. 68 : สิ้นสุดการลงทะเบียนของประชาชน เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
29 ต.ค. 68 : เริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน
7 พ.ย. 68 : ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน
11 พ.ย. 68 : กรุณาใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ
31 ธ.ค. 68 : สิ้นสุดโครงการ เวลา 23.00 น.
อัปเดตโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ที่เริ่มดำเนินโครงการในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้า และบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดรายจ่าย ให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีจำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิ ในวงเงินไม่เกิน 4.4 หมื่นล้านบาท
โดยจะเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ตั้งแต่วันที่ 20 - 26 ต.ค. 68 เวลา 06.00 - 22.00 น. ผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 ช่วงเวลา 06:00 - 23:00 น. โดยการสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการ ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการถอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใด
"คนละครึ่งพลัส" ลงทะเบียน - ใช้สิทธิผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet
2. ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดังนี้
- ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยจะแจ้งผลทันที
- ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง โดยจะได้รับ SMS และแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน
3. ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ "โครงการคนละครึ่งพลัส" เพื่อเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 - 23:00 น.
ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" 2568 เช็กคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
- มีบัตรประจำตัวประชาชน
- ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
ไทม์ไลน์ "คนละครึ่งพลัส" ลงทะเบียนวันไหน ใช้ได้เมื่อไร
20 ต.ค. 68 : เปิดลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
26 ต.ค. 68 : สิ้นสุดการลงทะเบียนของประชาชน เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
29 ต.ค. 68 : เริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน
7 พ.ย. 68 : ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน
11 พ.ย. 68 : กรุณาใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ
31 ธ.ค. 68 : สิ้นสุดโครงการ เวลา 23.00 น.
อัปเดต "คนละครึ่งพลัส" ซื้อสินค้า-บริการ อะไรได้ไม่ได้ สแกนจ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตัง
อัปเดต "คนละครึ่งพลัส" ซื้อลอตเตอรี่ แอลกอฮอล์ ได้ไม่ได้ พร้อมวิธีสแกนจ่ายผ่าน G-Wallet "แอปฯ เป๋าตัง"
ใกล้แล้ว สำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" หรือ "คนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเปิดให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ลงทะเบียนในวันที่ 20-26 ต.ค. 2568 จำนวน 20 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" วงเงิน 44,000 ล้านบาท
เบื้องต้นกระทรวงการคลัง ได้กำหนดสินค้าและบริการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่งพลัส" และ ไม่สามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่งพลัส" ประกอบด้วย
สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้
ทั้งนี้ ต้องมีการซื้อสินค้าและบริการจริง ตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการ คืนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใดๆ
สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้
ขั้นตอนการใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน "แอปฯ เป๋าตัง"
1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
2. กดแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่หน้า G-Wallet
3. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ
4. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน
5. กดปุ่มยืนยัน เพื่อยืนยันการชำระเงิน
6. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก
7. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ
ใกล้แล้ว สำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" หรือ "คนละครึ่ง" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเปิดให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ลงทะเบียนในวันที่ 20-26 ต.ค. 2568 จำนวน 20 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" วงเงิน 44,000 ล้านบาท
เบื้องต้นกระทรวงการคลัง ได้กำหนดสินค้าและบริการที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่งพลัส" และ ไม่สามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่งพลัส" ประกอบด้วย
สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้
- อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป
- บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม
- บริการขนส่งสาธารณะ
ทั้งนี้ ต้องมีการซื้อสินค้าและบริการจริง ตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการทอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการ คืนเป็นเงินสดไม่ว่ากรณีใดๆ
สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้
- สลากกินแบ่งรัฐบาล
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- บัตรกำนัล เงินสด
- บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ขั้นตอนการใช้สิทธิคนละครึ่งพลัส ผ่าน "แอปฯ เป๋าตัง"
1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส”
2. กดแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่หน้า G-Wallet
3. กดปุ่มสแกน QR เพื่อใช้สิทธิ
4. สแกน QR ร้านค้าถุงเงิน
5. กดปุ่มยืนยัน เพื่อยืนยันการชำระเงิน
6. ใส่รหัส PIN เป๋าตัง 6 หลัก
7. บันทึกสลิป ทำรายการสำเร็จ
ขั้นตอนสมัคร "เป๋าตัง" แนะวิธีอัปเดตแอปฯ เตรียมลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส"
เปิดขั้นตอนสมัคร - อัปเดต แอปฯ "เป๋าตัง" แนะวิธีแก้ปัญหา หากใช้งานไม่ได้ ต้องทำอย่างไร เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส"
ความคืบหน้า "โครงการคนละครึ่งพลัส" หลังจากล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 68 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ว่า จะมีวาระแผนบูรณาการที่มอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรีไปดูแลงานบูรณาการด้านต่างๆ และอาจจะดูเรื่องงบกลางที่จะนำไปใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสเข้า ครม.
ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" เมื่อไร
15 ตุลาคม 2568 : เปิดลงทะเบียนร้านค้า
20-26 ตุลาคม 2568 : เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป
29 ตุลาคม 2568 : เริ่มใช้จ่าย "คนละครึ่งพลัส"
ช่องทางลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" ปี 2568
โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยว่า สำหรับคนที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 มาก่อน แล้วต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถเข้าไปที่แอปฯ เป๋าตัง เพื่อยืนยันตัวตน จะถือว่าเสร็จเรียบร้อย แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาก่อน ต้องไปลงทะเบียนใหม่ ซึ่งจะไปลงทะเบียนทางไหนก็ได้
ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะแจ้งว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน ได้สิทธิเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ทางกระทรวงการคลังเป็นผู้ทำเองทั้งหมด ซึ่งมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว
ความคืบหน้า "โครงการคนละครึ่งพลัส" หลังจากล่าสุด วันที่ 6 ต.ค. 68 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ว่า จะมีวาระแผนบูรณาการที่มอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรีไปดูแลงานบูรณาการด้านต่างๆ และอาจจะดูเรื่องงบกลางที่จะนำไปใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสเข้า ครม.
ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" เมื่อไร
15 ตุลาคม 2568 : เปิดลงทะเบียนร้านค้า
- โดยเอาระบบเดิมมาใช้ ส่วนร้านที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบก็เปิดให้เข้าด้วย ประกอบด้วย ร้านอาหาร-เครื่องดื่มทั่วไป, ผู้ประกอบการบริการ นวดสปา ทำผม ทำเล็บ และ บริการขนส่งสาธารณะ อาทิ แท็กซี่ รถรับจ้าง ที่มีใบขับขี่รถสาธารณะ ผู้ประกอบการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะ
20-26 ตุลาคม 2568 : เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไป
- ประชาชน 20 ล้านสิทธิ ลงทะเบียนผ่าน "เป๋าตัง"
- เป็นระบบมีอยู่แล้ว โดยต้องทำเร็ว ทำทันที ใครเคยลงทะเบียนแล้วก็มายืนยันสิทธิเพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว ใครยังไม่มีก็มาลงทะเบียน
29 ตุลาคม 2568 : เริ่มใช้จ่าย "คนละครึ่งพลัส"
- เริ่มใช้จ่าย "คนละครึ่งพลัส" ได้ทันที จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568
- หากใช้ไม่ถึง 200 บาท สามารถสะสมได้
ช่องทางลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" ปี 2568
โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยว่า สำหรับคนที่เคยได้รับสิทธิคนละครึ่งเฟส 5 มาก่อน แล้วต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถเข้าไปที่แอปฯ เป๋าตัง เพื่อยืนยันตัวตน จะถือว่าเสร็จเรียบร้อย แต่ถ้าไม่ได้อยู่ในโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาก่อน ต้องไปลงทะเบียนใหม่ ซึ่งจะไปลงทะเบียนทางไหนก็ได้
- แอปฯ "เป๋าตัง"
- เว็บไซต์คนละครึ่ง
- ธนาคารกรุงไทย
ทั้งนี้ เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะแจ้งว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน ได้สิทธิเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ทางกระทรวงการคลังเป็นผู้ทำเองทั้งหมด ซึ่งมีข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว
ขั้นตอนสมัครแอปฯ "เป๋าตัง" เตรียมลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส"
วิธีติดตั้ง แอปฯ เป๋าตัง และการลงทะเบียน
1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store
2. พิมพ์ค้นหา "เป๋าตัง" ในช่องค้นหา
3. เลือก "GET" หรือ เลือก "ติดตั้ง"
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง
5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
6. เตรียมบัตรประชาชน
7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน
11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า
"แอปฯ เป๋าตัง" ใช้งานไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
สำหรับใครที่เตรียมลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" หรือ คนละครึ่ง 2568 แล้วประสบปัญหาเข้าแอปฯ "เป๋าตัง" ไม่ได้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคาร ดังนี้
1. อัปเดต App ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
2. วิธีการตรวจสอบระบบปฏิบัติการโทรศัพท์
1. ไปที่เมนู การตั้งค่า (Setting)
2. เลือก "เกี่ยวกับโทรศัพท์" (About phone)
3. เลือก "ข้อมูลซอฟต์แวร์" (Software Information)
4. ดูเวอร์ชัน Android (Android Version)
โดยก่อนหน้านี้ ทางธนาคารฯ ได้ระบุแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 68 เป็นต้นไป "แอปฯ เป๋าตัง" และ "ถุงเงิน" เวอร์ชันต่ำกว่าที่ธนาคารฯ กำหนด จะไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ผู้ใช้งานมือถือ Android จำเป็นต้องอัปเดตตัวเครื่องให้เป็นระบบปฏิบัติการ Android Version 10 ขึ้นไป เพื่อเหตุผลดังต่อไปนี้
1. เพิ่มศักยภาพระบบรักษาความปลอดภัยของตัวมือถือให้มากขึ้น ยิ่งเวอร์ชันสูง ยิ่งป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้การใช้งานแอปของธนาคารได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
2. ทำให้มือถือรองรับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ บนแอปฯ ของธนาคารได้ดีขึ้น ทั้ง Krungthai NEXT, เป๋าตัง และถุงเงิน
วิธีติดตั้ง แอปฯ เป๋าตัง และการลงทะเบียน
1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store
- สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS - คลิกที่นี่
- สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android - คลิกที่นี่
2. พิมพ์ค้นหา "เป๋าตัง" ในช่องค้นหา
3. เลือก "GET" หรือ เลือก "ติดตั้ง"
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง
5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
6. เตรียมบัตรประชาชน
7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน
8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP
9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ
10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน
11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า
"แอปฯ เป๋าตัง" ใช้งานไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
สำหรับใครที่เตรียมลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" หรือ คนละครึ่ง 2568 แล้วประสบปัญหาเข้าแอปฯ "เป๋าตัง" ไม่ได้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของธนาคาร ดังนี้
1. อัปเดต App ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- สำหรับผู้ใช้งาน Android แนะนำให้อัปเดตเป็นเวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไป
- หากไม่สามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android ให้เป็น 10.0 ขึ้นไปได้ แนะนำให้ติดต่อศูนย์บริการหรือผู้ผลิตอุปกรณ์โดยอาจต้องพิจารณาการอัปเกรด หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับ
2. วิธีการตรวจสอบระบบปฏิบัติการโทรศัพท์
1. ไปที่เมนู การตั้งค่า (Setting)
2. เลือก "เกี่ยวกับโทรศัพท์" (About phone)
3. เลือก "ข้อมูลซอฟต์แวร์" (Software Information)
4. ดูเวอร์ชัน Android (Android Version)
โดยก่อนหน้านี้ ทางธนาคารฯ ได้ระบุแล้วว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 68 เป็นต้นไป "แอปฯ เป๋าตัง" และ "ถุงเงิน" เวอร์ชันต่ำกว่าที่ธนาคารฯ กำหนด จะไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ผู้ใช้งานมือถือ Android จำเป็นต้องอัปเดตตัวเครื่องให้เป็นระบบปฏิบัติการ Android Version 10 ขึ้นไป เพื่อเหตุผลดังต่อไปนี้
1. เพิ่มศักยภาพระบบรักษาความปลอดภัยของตัวมือถือให้มากขึ้น ยิ่งเวอร์ชันสูง ยิ่งป้องกันความเสี่ยงจากภัยคุกคามไซเบอร์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้การใช้งานแอปของธนาคารได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
2. ทำให้มือถือรองรับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ บนแอปฯ ของธนาคารได้ดีขึ้น ทั้ง Krungthai NEXT, เป๋าตัง และถุงเงิน
วิธีใช้สิทธิ "คนละครึ่ง" ทำอย่างไร
นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้เปิดเผยไว้ว่า รัฐบาลจะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ ในโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วงต้นเดือน ต.ค. แต่ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเฟสก่อนหน้าหรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่ โดยประชาชนจะสามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายเดือนตุลาคม หากการลงทะเบียนเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม "โครงการคนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ได้กำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิไว้ ดังนี้
"คนละครึ่ง 2568" เช็กคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการ ใครลงทะเบียนได้บ้าง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เผยถึง "โครงการคนละครึ่งพลัส" ว่า หลักการ "คนละครึ่ง" คล้ายเดิม ประชาชนไปซื้อของ รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง จากเดิมวันละ 150 บาท แต่คนละครึ่งพลัส เพิ่มเป็น 200 บาท คือ รัฐบาลสมทบ 200 บาท ประชาชนมี 200 บาท สำหรับสิทธิที่ต่างจากเดิม คือ ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้นั้น จะเริ่มตั้งแต่ผู้ที่มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์
ดังนั้น "คนละครึ่ง 2568" ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้ จะมีคุณสมบัติดังนี้
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ครม. หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
นายภราดร ปริศนานันทกุล ได้เปิดเผยไว้ว่า รัฐบาลจะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ ในโครงการคนละครึ่งพลัส ช่วงต้นเดือน ต.ค. แต่ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเฟสก่อนหน้าหรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่ โดยประชาชนจะสามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายเดือนตุลาคม หากการลงทะเบียนเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม "โครงการคนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ได้กำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิไว้ ดังนี้
- ผู้ที่ได้รับสิทธิจะต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ใช้จ่ายได้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น โดยต้องชำระเงินผ่าน แอปฯ "เป๋าตัง" และร้านค้าใช้ แอปฯ "ถุงเงิน"
- สามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่ง" ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้
- ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน
- ทั้งนี้ สำหรับ "คนละครึ่งพลัส" หรือ คนละครึ่ง 2568 มีการเพิ่มเงินเป็น 200 บาท ดังนั้นผู้มีสิทธิ์จะสามารถใช้จ่ายสูงสุดได้ไม่เกิน 200 บาท ต่อคนต่อวัน
"คนละครึ่ง 2568" เช็กคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการ ใครลงทะเบียนได้บ้าง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เผยถึง "โครงการคนละครึ่งพลัส" ว่า หลักการ "คนละครึ่ง" คล้ายเดิม ประชาชนไปซื้อของ รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง จากเดิมวันละ 150 บาท แต่คนละครึ่งพลัส เพิ่มเป็น 200 บาท คือ รัฐบาลสมทบ 200 บาท ประชาชนมี 200 บาท สำหรับสิทธิที่ต่างจากเดิม คือ ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้นั้น จะเริ่มตั้งแต่ผู้ที่มีอายุ 16 ปีบริบูรณ์
ดังนั้น "คนละครึ่ง 2568" ผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้ จะมีคุณสมบัติดังนี้
- อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (จากเดิมอายุ 18 ปี)
- มีสัญชาติไทย
- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ครม. หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส เช็กรายละเอียดล่าสุด ก่อนกดรับสิทธิผ่านแอปฯ "เป๋าตัง"
อัปเดตล่าสุด "คนละครึ่งพลัส" เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนสิทธิผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" พร้อมย้ำระบบสามารถรองรับการใช้งานระหว่างวันได้
ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวย้ำว่า ได้กันงบประมาณปี 2569 เพื่อนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงคาดว่าในสัปดาห์หน้า หลักการจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสามารถให้ประชาชนลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าโครงการได้ทันที รวมถึงผู้ประกอบการด้วย
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ "คนละครึ่งพลัส" และ โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งเป็นโครงการที่เคยดำเนินการแล้วปี 2561 มีผู้เข้าร่วมกว่า 120,000 ราย
สำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" รัฐบาลจะสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไป และอุดหนุนงบในบัตรสวัสดิการ คาดว่าโครงการนี้จะใช้เม็ดเงินรวมกันกว่า 44,000 ล้านบาท โดยงบประมาณจะมาจาก 2 ส่วน คือ งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จำนวน 25,000 ล้านบาท และงบกลางปี 2569 จำนวน 19,000 ล้านบาท
ทางด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า สำหรับรายละเอียดการเปิดลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" มีดังนี้
1. ประชาชนที่เคยลงทะเบียนแล้วและยังไม่เคยลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" ลงทะเบียนวันที่ 20-26 ต.ค. 2568 โดยสามารถกดรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" จำกัดจำนวน 20 ล้านคน
2. ร้านค้าทั่วไป ลงทะเบียนวันที่ 15 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะจบโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่าระบบสามารถรองรับการใช้งานระหว่างวันได้
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 เป็นต้นไปจนถึงเดือน ธ.ค. 2568 ระยะเวลา 2 เดือน ได้รับสิทธิคนละ 2,000 บาท ใช้จ่ายได้วันละ 200 บาท
สรุปไทม์ไลน์โครงการ คนละครึ่งพลัส
7 ตุลาคม 2568
15 ตุลาคม 2568
20 ตุลาคม 2568
26 ตุลาคม 2568
29 ตุลาคม 2568
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ครม. หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวย้ำว่า ได้กันงบประมาณปี 2569 เพื่อนำมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสแล้ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงคาดว่าในสัปดาห์หน้า หลักการจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสามารถให้ประชาชนลงทะเบียนได้ไม่เกินกลางเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าโครงการได้ทันที รวมถึงผู้ประกอบการด้วย
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ "คนละครึ่งพลัส" และ โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง หักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งเป็นโครงการที่เคยดำเนินการแล้วปี 2561 มีผู้เข้าร่วมกว่า 120,000 ราย
สำหรับโครงการ "คนละครึ่งพลัส" รัฐบาลจะสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไป และอุดหนุนงบในบัตรสวัสดิการ คาดว่าโครงการนี้จะใช้เม็ดเงินรวมกันกว่า 44,000 ล้านบาท โดยงบประมาณจะมาจาก 2 ส่วน คือ งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 จำนวน 25,000 ล้านบาท และงบกลางปี 2569 จำนวน 19,000 ล้านบาท
ทางด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า สำหรับรายละเอียดการเปิดลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" มีดังนี้
1. ประชาชนที่เคยลงทะเบียนแล้วและยังไม่เคยลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" ลงทะเบียนวันที่ 20-26 ต.ค. 2568 โดยสามารถกดรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" จำกัดจำนวน 20 ล้านคน
2. ร้านค้าทั่วไป ลงทะเบียนวันที่ 15 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะจบโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่าระบบสามารถรองรับการใช้งานระหว่างวันได้
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568 เป็นต้นไปจนถึงเดือน ธ.ค. 2568 ระยะเวลา 2 เดือน ได้รับสิทธิคนละ 2,000 บาท ใช้จ่ายได้วันละ 200 บาท
สรุปไทม์ไลน์โครงการ คนละครึ่งพลัส
7 ตุลาคม 2568
- เสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "คนละครึ่งพลัส" เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.)
15 ตุลาคม 2568
- เปิดให้ "ร้านค้าทั่วไป" ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "คนละครึ่งพลัส"
20 ตุลาคม 2568
- เปิดให้ประชาชนที่เคยลงทะเบียนแล้ว และยังไม่เคยลงทะเบียนโครงการ "คนละครึ่ง" กดรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
26 ตุลาคม 2568
- วันสุดท้ายเปิดกดรับสิทธิโครงการ "คนละครึ่งพลัส" ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
29 ตุลาคม 2568
- ประชาชนที่กดรับสิทธิ เริ่มใช้จ่ายโครงการ "คนละครึ่งพลัส"
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ครม. หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
www.คนละครึ่ง.com เตรียมเปิดลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส" เช็กชัดๆ 3 กลุ่มหลัก รวมกว่า 33 ล้านคน ใครได้รับสิทธิเท่าไหร่กันบ้าง
ภายหลังจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เผยว่าโครงการ คนละครึ่งพลัส ของรัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณรวมประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยมีประชาชน 3 กลุ่มหลักที่จะได้เงิน รวมกว่า 33 ล้านคน โดยรัฐบาลมีการใช้วงเงินจากงบกลางฯ ปี 2568 ที่เหลืออยู่ และงบประมาณจากปี 2569 นั้น
จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รับรวม 2,000 บาทต่อเดือนในงวดเดียว โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
โครงการนี้ใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินเหลือจ่ายของงบประมาณปี 2568 ที่จะโอนเข้ากองทุนสวัสดิการแห่งรัฐและโอนตรงให้ผู้มีรายได้น้อย
...
จะได้รับสิทธิพิเศษในโครงการคนละครึ่งที่ปรับเปลี่ยนจาก 50:50 เป็น 60:40 โดยรัฐบาลจะสมทบ 2,400 บาท และประชาชนเติมเงินอีก 2,000 บาท สามารถจับจ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
จะได้รับการเติมเงิน 2,000 บาท โดยงบประมาณสำหรับทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่ม 2-3 รวมประมาณ 40,000 ล้านบาท และจะใช้เงินงบประมาณในปีงบประมาณ 2569
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ในโครงการคนละครึ่งพลัสช่วงต้นเดือน ต.ค. แต่ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเฟสก่อนหน้าหรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่ โดยประชาชนจะสามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายเดือนตุลาคมหากการลงทะเบียนเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดิม
วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568
สำหรับการลงทะเบียน "คนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
1. กดลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน
2. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และเบอร์โทรศัพท์
3. รอรับ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วัน
ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play
2. ค้นหาแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้วกด "ติดตั้ง"
3. เปิดแอปพลิเคชัน และยินยอมการจัดการข้อมูล
4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP
5. ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี
6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีก หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
ภายหลังจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เผยว่าโครงการ คนละครึ่งพลัส ของรัฐบาลจะใช้วงเงินงบประมาณรวมประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยมีประชาชน 3 กลุ่มหลักที่จะได้เงิน รวมกว่า 33 ล้านคน โดยรัฐบาลมีการใช้วงเงินจากงบกลางฯ ปี 2568 ที่เหลืออยู่ และงบประมาณจากปี 2569 นั้น
- กลุ่มที่ 1 : ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ถือบัตรคนจน จำนวน 13 ล้านคน
จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม 1,700 บาทต่อเดือน รวมกับเงินเดิม 300 บาท ทำให้ได้รับรวม 2,000 บาทต่อเดือนในงวดเดียว โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
โครงการนี้ใช้งบประมาณ 22,000 ล้านบาท ซึ่งมาจากเงินเหลือจ่ายของงบประมาณปี 2568 ที่จะโอนเข้ากองทุนสวัสดิการแห่งรัฐและโอนตรงให้ผู้มีรายได้น้อย
- กลุ่มที่ 2 : ผู้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน (ยื่นแบบภาษี)
...
จะได้รับสิทธิพิเศษในโครงการคนละครึ่งที่ปรับเปลี่ยนจาก 50:50 เป็น 60:40 โดยรัฐบาลจะสมทบ 2,400 บาท และประชาชนเติมเงินอีก 2,000 บาท สามารถจับจ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
- กลุ่มที่ 3 : ผู้อยู่นอกระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน
จะได้รับการเติมเงิน 2,000 บาท โดยงบประมาณสำหรับทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่ม 2-3 รวมประมาณ 40,000 ล้านบาท และจะใช้เงินงบประมาณในปีงบประมาณ 2569
ทั้งนี้ รัฐบาลจะเปิดให้มีการลงทะเบียนใหม่ในโครงการคนละครึ่งพลัสช่วงต้นเดือน ต.ค. แต่ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในเฟสก่อนหน้าหรือไม่เคยเข้าร่วมต้องลงทะเบียนใหม่ โดยประชาชนจะสามารถเริ่มใช้เงินได้ปลายเดือนตุลาคมหากการลงทะเบียนเสร็จสิ้นเรียบร้อย โดยใช้แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เช่นเดิม
วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568
สำหรับการลงทะเบียน "คนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
1. กดลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน
2. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และเบอร์โทรศัพท์
3. รอรับ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วัน
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และผูก G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตนและรับสิทธิ
ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play
2. ค้นหาแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" แล้วกด "ติดตั้ง"
3. เปิดแอปพลิเคชัน และยินยอมการจัดการข้อมูล
4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP
5. ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี
- Krungthai NEXT : เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN
- สแกนใบหน้า : สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face/Touch ID
6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีก หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
อัปเดตโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เตรียมเปิดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เช็ก 3 กลุ่มใครได้บ้าง ได้เงินสูงสุด 2,400 บาท
ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เผยถึงโครงการ "คนละครึ่ง" ว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว
ไทม์ไลน์ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส"
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป
ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการคนละครึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2568
คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
ภายหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เผยถึงโครงการ "คนละครึ่ง" ว่ามีประโยชน์ เพราะมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยมีการแชร์กัน รัฐบาลจะทำโครงการ "คนละครึ่งพลัส" เป็นแรงจูงใจให้คนที่เสียภาษี 60:40 และมั่นใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็ว
ไทม์ไลน์ลงทะเบียน "คนละครึ่งพลัส"
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดโครงการเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมนี้ และจะเริ่มเปิดลงทะเบียนร้านค้า รวมถึงประชาชนผู้ใช้สิทธิในระบบภาษีและบุคคลทั่วไปในสัปดาห์ถัดไป
ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการคนละครึ่งจะเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดปลายเดือนตุลาคมนี้ และจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2568
คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
"คนละครึ่ง 2568" อัปเดตล่าสุด เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง แนะขั้นตอนสมัครใช้งานแอปฯ "เป๋าตัง" เตรียมความพร้อมก่อนลงทะเบียนร่วมโครงการ
ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอยู่ต่อเนื่องสำหรับ "โครงการคนละครึ่ง" ปี 2568 หลังจากที่ "รัฐบาลอนุทิน" ได้ประกาศเตรียมนำกลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้ง แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย เน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี แต่ยังคงสิทธิเดิมสำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการ
อัปเดตล่าสุด "คนละครึ่ง 2568" ได้เมื่อไร
สำหรับ "คนละครึ่งอนุทิน" นี้ คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วที่สุดในช่วงเดือน ต.ค. 2568 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
"คนละครึ่งอนุทิน" เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง
สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งอัปเกรด จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
โดยความคืบหน้าล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป
ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว
วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ
ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ ยังได้เปิดเผยไว้อีกว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ "โครงการคนละครึ่ง" ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี
สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ "โครงการคนละครึ่ง" ที่ผ่านมา สามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
อัปเดตปี 2568 ขั้นตอนสมัครใช้งานแอปฯ "เป๋าตัง"
1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป
2. พิมพ์ค้นหา "เป๋าตัง" ในช่องค้นหา
3. เลือก "GET" หรือ เลือก "ติดตั้ง"
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน
2. ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50
3. ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50
สำหรับ "คนละครึ่ง" และ "คนละครึ่งพลัส" จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ จะดำเนินโครงการทั้งสิ้น 20 ล้านสิทธิ์ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 จะต้องลงทะเบียนใหม่ ซึ่งต้องรอรายละเอียดจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568
สำหรับการลงทะเบียน "คนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
1. กดลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน
2. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และเบอร์โทรศัพท์
3. รอรับ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วัน
ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play
2. ค้นหาแอปฯ "เป๋าตัง" แล้วกด "ติดตั้ง"
3. เปิดแอปฯ และยินยอมการจัดการข้อมูล
4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP
5. ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี
6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีก หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอยู่ต่อเนื่องสำหรับ "โครงการคนละครึ่ง" ปี 2568 หลังจากที่ "รัฐบาลอนุทิน" ได้ประกาศเตรียมนำกลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้ง แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย เน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี แต่ยังคงสิทธิเดิมสำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการ
อัปเดตล่าสุด "คนละครึ่ง 2568" ได้เมื่อไร
สำหรับ "คนละครึ่งอนุทิน" นี้ คาดการณ์ว่าจะเริ่มใช้ได้เร็วที่สุดในช่วงเดือน ต.ค. 2568 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
"คนละครึ่งอนุทิน" เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง
สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบใหม่ หรือ คนละครึ่งอัปเกรด จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
- ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ "รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%" หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
- ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%
โดยความคืบหน้าล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยถึง นโยบายคนละครึ่งล่าสุด ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป
ขณะเดียวกันยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว
วิธีลงทะเบียนคนละครึ่ง 2568 เตรียมใช้สิทธิผ่านแอปฯ
ก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ ยังได้เปิดเผยไว้อีกว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ "โครงการคนละครึ่ง" ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี
สำหรับการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ "โครงการคนละครึ่ง" ที่ผ่านมา สามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่
- ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com
- ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" พร้อมผูกกับกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อว่า G-Wallet (กดแถบโครงการคนละครึ่ง) โดยจะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้บริการ
อัปเดตปี 2568 ขั้นตอนสมัครใช้งานแอปฯ "เป๋าตัง"
- วิธีติดตั้ง แอปฯ เป๋าตัง และการลงทะเบียน
1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป
- สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ iOS - คลิกที่นี่
- สำหรับผู้ใช้โทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ Android - คลิกที่นี่
2. พิมพ์ค้นหา "เป๋าตัง" ในช่องค้นหา
3. เลือก "GET" หรือ เลือก "ติดตั้ง"
4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง1. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน
- รัฐบาลจะเติมเงินให้อีก 1,700 บาท ซึ่งจากเดิมให้อยู่แล้ว 300 บาท แต่เติมเพิ่มอีก 1,700 บาท รวมจะได้เงินทั้งหมด 2,000 บาท
- จะเติมให้ครั้งเดียวเท่านั้น ใช้ได้ 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2568
2. ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50
- จะได้เงินคนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
- ใช้ได้ 2 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2568
3. ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน คนละครึ่ง 50:50
- จะได้เงินคนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท
- ใช้ได้ 2 เดือน คือ ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2568
สำหรับ "คนละครึ่ง" และ "คนละครึ่งพลัส" จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ จะดำเนินโครงการทั้งสิ้น 20 ล้านสิทธิ์ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 5 จะต้องลงทะเบียนใหม่ ซึ่งต้องรอรายละเอียดจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568
สำหรับการลงทะเบียน "คนละครึ่ง" ที่ผ่านมา ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com
1. กดลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชน
2. กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และเบอร์โทรศัพท์
3. รอรับ SMS ยืนยันการลงทะเบียนภายใน 3 วัน
- ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และผูก G-Wallet เพื่อยืนยันตัวตนและรับสิทธิ
ขั้นตอนติดตั้งและใช้งานแอป "เป๋าตัง"
1. ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play
2. ค้นหาแอปฯ "เป๋าตัง" แล้วกด "ติดตั้ง"
3. เปิดแอปฯ และยินยอมการจัดการข้อมูล
4. เตรียมบัตรประชาชน ถ่ายรูปบัตร กรอกเบอร์มือถือรับรหัส OTP
5. ยืนยันตัวตนได้ 2 วิธี
- Krungthai NEXT : เข้าสู่ระบบ กรอกรหัส รับ OTP ตั้ง PIN
- สแกนใบหน้า : สแกนหน้า ตั้ง PIN เปิดใช้งาน Face/Touch ID
6. ยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน รอระบบตรวจสอบ หากสำเร็จจะแสดงการ์ด G-Wallet บนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งพลัส หรือ คนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมอีก หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
อัปเดต "คนละครึ่ง 2568" ลงทะเบียนวันไหน พร้อมเช็กเงื่อนไขใหม่ได้เท่าไร เพิ่มสิทธิให้ "กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้" รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนออก 40% คาดได้ใช้เร็วสุด ช่วงเดือนตุลาคม 2568
หลังจาก "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน ขณะเดียวกันทาง "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
www.คนละครึ่ง.com ยังเข้าไม่ได้
ทั้งนี้ หลังจากการเตรียมนำโครงการคนละครึ่ง มาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 15 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า "จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ"
โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น"เงื่อนไขคนละครึ่งอัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป
คนละครึ่ง ลงทะเบียนวันไหน
สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ หรือ คนละครึ่ง 2568 คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุด เดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า "โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้"โครงการคนละครึ่ง ใครได้บ้าง
หากย้อนดูโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้
โดย กำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วม ดังนี้
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้งจากรัฐบาล หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
หลังจาก "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน ขณะเดียวกันทาง "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
www.คนละครึ่ง.com ยังเข้าไม่ได้
ทั้งนี้ หลังจากการเตรียมนำโครงการคนละครึ่ง มาใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้น ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 15 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า "จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ"
โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น"เงื่อนไขคนละครึ่งอัปเกรด หรือ คนละครึ่งพลัส
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป
คนละครึ่ง ลงทะเบียนวันไหน
สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ หรือ คนละครึ่ง 2568 คาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุด เดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า "โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้"โครงการคนละครึ่ง ใครได้บ้าง
หากย้อนดูโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ตามวันและเวลาที่กำหนด เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้
- ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อใช้จ่าย
- ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า
โดย กำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วม ดังนี้
- มีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นบุคคลสัญชาติไทย
- อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
- ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้งจากรัฐบาล หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.
เช็กเงื่อนไขใหม่ "คนละครึ่งอนุทิน" ได้เท่าไร เพิ่มสิทธิให้ "กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้" เป็นรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนออก 40% คาดได้ใช้เร็วสุด ในเดือนตุลาคม 2568 นี้
หลังจากที่มีกระแสข่าว รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้สังคมต่างให้ความสนใจและจับตากันเป็นจำนวนมากว่า "คนละครึ่งอนุทิน" ในเวอร์ชั่นที่มีการอัปเกรด หรือมีชื่อเรียกว่า "คนละครึ่งพลัส" จะมีเงื่อนไขหรือรูปแบบอะไร ที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง
ทั้งนี้ ทางด้าน "กระทรวงการคลัง" ได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 นี้
อัปเดตโครงการ คนละครึ่ง 2568 คาดได้เร็วสุด ต.ค. นี้
สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า "โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้"
เช็กเงื่อนไขใหม่ "คนละครึ่งอนุทิน" ได้เท่าไร
ก่อนหน้านี้ "คนละครึ่ง" คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการแต่สำหรับ "คนละครึ่งอนุทิน" เวอร์ชันใหม่ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอ และนายกฯ อนุทิน ไฟเขียว คือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษีเงินได้ ดังนี้
โดย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป
เมื่อถามเรื่อง การเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยได้ตอยคำถามไว้ว่า "ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที"
วิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ "คนละครึ่ง 2568"
สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด
เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้
หลังจากที่มีกระแสข่าว รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้สังคมต่างให้ความสนใจและจับตากันเป็นจำนวนมากว่า "คนละครึ่งอนุทิน" ในเวอร์ชั่นที่มีการอัปเกรด หรือมีชื่อเรียกว่า "คนละครึ่งพลัส" จะมีเงื่อนไขหรือรูปแบบอะไร ที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง
ทั้งนี้ ทางด้าน "กระทรวงการคลัง" ได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 นี้
อัปเดตโครงการ คนละครึ่ง 2568 คาดได้เร็วสุด ต.ค. นี้
สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569
ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า "โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้"
เช็กเงื่อนไขใหม่ "คนละครึ่งอนุทิน" ได้เท่าไร
ก่อนหน้านี้ "คนละครึ่ง" คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการแต่สำหรับ "คนละครึ่งอนุทิน" เวอร์ชันใหม่ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอ และนายกฯ อนุทิน ไฟเขียว คือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษีเงินได้ ดังนี้
- กลุ่มคนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วย 50% ประชาชนออก 50%
- กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วย 60% ประชาชนออก 40%
โดย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป
เมื่อถามเรื่อง การเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยได้ตอยคำถามไว้ว่า "ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที"
วิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ "คนละครึ่ง 2568"
สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด
เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้
- ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อใช้จ่าย
- ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า
- ประชาชนจะต้องใช้จ่ายเงิน ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ
- ภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ ตามเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ โดยในรอบก่อนคือ 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน
- ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน
- ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ เท่านั้น
- สามารถใช้สิทธิ "คนละครึ่ง" ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้
ภูมิใจไทย พร้อมดันโครงการ "คนละครึ่ง" รอบใหม่ คาดเริ่มใช้หลัง ครม.อนุทิน แถลงนโยบาย 2 สัปดาห์ งบประมาณ 2.5 หมื่นล้าน
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ล่าสุด (11 กันยายน 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดความชัดเจนโครงการคนละครึ่งในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า ขณะนี้ ว่าที่ รมว.คลัง กำลังทำการบ้านอย่างหนักในการเก็บข้อมูลโครงการฯ และดูแหล่งเงิน
โดยทางปลัดกระทรวงการคลังได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการเบื้องต้นประมาณ 2.5 หมื่นล้าน แต่จะต้องรอดูการแถลงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง ซึ่งความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569 ซึ่งจริงๆ แล้วทาง รมว.คลัง มีความตั้งใจอยากหาเงินมากกว่า 2.5 หมื่นล้าน เพื่อมาลงในโครงการนี้
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จะมีการขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้เงินกระจายอย่างมีนัยสำคัญ เช่น รอบที่แล้วเริ่มต้น อายุ 18 ปี อาจจะลดอายุน้อยลง รวมไปถึงผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรต่างๆ ซึ่งจะนำมาพิจารณาเพิ่ม
และกลุ่มร้านค้าที่รอบก่อนจะต้องเป็นร้านเล็ก ในครั้งนี้อาจจะขยายไปถึงร้านที่อยู่ในระบบภาษีที่จะต้องนำมาพิจารณาเพิ่ม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนที่หาเงินเลี้ยงประเทศก็คือคนที่อยู่ในระบบภาษี
สำหรับมาตรการจูงใจกลุ่มร้านค้าที่อยากเข้าร่วมโครงการฯ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า ถ้าขายดีก็ต้องเสียภาษี เพราะการเสียภาษีเป็นหน้าที่ แต่ท่านนายกฯ ให้ข้อคิดว่า เมื่อเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งแล้วไม่ควรคิดภาษีย้อนหลัง เชื่อว่าตราบใดที่ผู้ค้าขายของได้ เขาก็จะยอมเสียภาษี แต่ไม่อยากถูกเช็กบิลย้อนหลัง ส่วนเงื่อนไขสินค้าต้องห้าม คิดว่าจะคล้ายเดิม เมื่อถามเรื่องการเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที
ถามว่า โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้.
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ล่าสุด (11 กันยายน 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดความชัดเจนโครงการคนละครึ่งในรายการเจาะลึกทั่วไทยว่า ขณะนี้ ว่าที่ รมว.คลัง กำลังทำการบ้านอย่างหนักในการเก็บข้อมูลโครงการฯ และดูแหล่งเงิน
โดยทางปลัดกระทรวงการคลังได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการเบื้องต้นประมาณ 2.5 หมื่นล้าน แต่จะต้องรอดูการแถลงนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลัง ซึ่งความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569 ซึ่งจริงๆ แล้วทาง รมว.คลัง มีความตั้งใจอยากหาเงินมากกว่า 2.5 หมื่นล้าน เพื่อมาลงในโครงการนี้
นอกจากนี้ ในส่วนของผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง จะมีการขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้เงินกระจายอย่างมีนัยสำคัญ เช่น รอบที่แล้วเริ่มต้น อายุ 18 ปี อาจจะลดอายุน้อยลง รวมไปถึงผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรต่างๆ ซึ่งจะนำมาพิจารณาเพิ่ม
และกลุ่มร้านค้าที่รอบก่อนจะต้องเป็นร้านเล็ก ในครั้งนี้อาจจะขยายไปถึงร้านที่อยู่ในระบบภาษีที่จะต้องนำมาพิจารณาเพิ่ม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คนที่หาเงินเลี้ยงประเทศก็คือคนที่อยู่ในระบบภาษี
สำหรับมาตรการจูงใจกลุ่มร้านค้าที่อยากเข้าร่วมโครงการฯ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กล่าวว่า ถ้าขายดีก็ต้องเสียภาษี เพราะการเสียภาษีเป็นหน้าที่ แต่ท่านนายกฯ ให้ข้อคิดว่า เมื่อเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งแล้วไม่ควรคิดภาษีย้อนหลัง เชื่อว่าตราบใดที่ผู้ค้าขายของได้ เขาก็จะยอมเสียภาษี แต่ไม่อยากถูกเช็กบิลย้อนหลัง ส่วนเงื่อนไขสินค้าต้องห้าม คิดว่าจะคล้ายเดิม เมื่อถามเรื่องการเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น ก็ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที
ถามว่า โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้.
เปิดเงื่อนไขใหม่ โครงการ "คนละครึ่ง 2568" นายกฯ อนุทิน แย้มจะเป็นรูปแบบ "คนเสียภาษี" ได้สิทธิ 60:40 ส่วน "ประชาชนทั่วไป" ได้สิทธิ 50:50 พร้อมยืนยันโครงการคนละครึ่งจะทันในกรอบ 4 เดือน
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ล่าสุด วันที่ 9 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงกระแสตอบรับที่ดีที่รัฐบาลใหม่จะดำเนินการ โครงการคนละครึ่ง ว่า ยอมรับกระแสดีเพราะเราฟังประชาชน เพราะไม่ใช่พรรคการเมืองที่คิดว่าจะทำแบบนี้ว่าจะก็อบปี้พรรคไหน เพราะทำเพื่อประชาชน ประชาชนได้ประโยชน์เราจะไปก็อปปี้ใครเราก็จะทำ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาทรักษาก็ต้องเดินต่อไป แม้ว่าจะเกิดในรัฐบาลทักษิณ รวมถึงโครงการคนละครึ่งมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และตนเป็นรัฐมนตรีสมัยท่านตนก็ยกมือสนับสนุน
ส่วนกระแสที่ระบุว่า คนละครึ่งจะเป็น 50:50 หรือจะเป็นแบบพลัสนั้น นายอนุทิน ยอมรับว่าเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา จากที่ได้คุยกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง หากไม่กระทบวินัยการเงินหรืองบประมาณและช่วยเหลือประชาชนได้ แต่จะออกไปในรูปแบบ 60:40 เพื่อจูงใจกลุ่มคนที่เสียภาษี ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เสียภาษีอยู่แล้ว
แต่หากเป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เสียภาษีก็ 50:50 ถือเป็นไอเดียที่ นายเอกนิติ เสนอ ซึ่งตนก็เห็นด้วย และสั่งให้ไปพิจารณาเพิ่มเติม แต่ต้องไม่ผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย งบประมาณ และไม่เสียวินัยการเงินการคลัง พร้อมยอมรับว่าโครงการจะทันในกรอบ 4 เดือน และ นายเอกนิติก็แจ้งมาว่างบประมาณมีดำเนินการ พร้อมเปรียบว่ากระเป๋าก็ยังมีเหมือนเดิม
สรุปเงื่อนไขใหม่โครงการ "คนละครึ่ง"
คณสมบัติของผู้ร่วมโครงการ "คนละครึ่ง"
1. มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย
2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดรับลงทะเบียน.
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
ล่าสุด วันที่ 9 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงกระแสตอบรับที่ดีที่รัฐบาลใหม่จะดำเนินการ โครงการคนละครึ่ง ว่า ยอมรับกระแสดีเพราะเราฟังประชาชน เพราะไม่ใช่พรรคการเมืองที่คิดว่าจะทำแบบนี้ว่าจะก็อบปี้พรรคไหน เพราะทำเพื่อประชาชน ประชาชนได้ประโยชน์เราจะไปก็อปปี้ใครเราก็จะทำ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาทรักษาก็ต้องเดินต่อไป แม้ว่าจะเกิดในรัฐบาลทักษิณ รวมถึงโครงการคนละครึ่งมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และตนเป็นรัฐมนตรีสมัยท่านตนก็ยกมือสนับสนุน
ส่วนกระแสที่ระบุว่า คนละครึ่งจะเป็น 50:50 หรือจะเป็นแบบพลัสนั้น นายอนุทิน ยอมรับว่าเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา จากที่ได้คุยกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง หากไม่กระทบวินัยการเงินหรืองบประมาณและช่วยเหลือประชาชนได้ แต่จะออกไปในรูปแบบ 60:40 เพื่อจูงใจกลุ่มคนที่เสียภาษี ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เสียภาษีอยู่แล้ว
แต่หากเป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เสียภาษีก็ 50:50 ถือเป็นไอเดียที่ นายเอกนิติ เสนอ ซึ่งตนก็เห็นด้วย และสั่งให้ไปพิจารณาเพิ่มเติม แต่ต้องไม่ผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย งบประมาณ และไม่เสียวินัยการเงินการคลัง พร้อมยอมรับว่าโครงการจะทันในกรอบ 4 เดือน และ นายเอกนิติก็แจ้งมาว่างบประมาณมีดำเนินการ พร้อมเปรียบว่ากระเป๋าก็ยังมีเหมือนเดิม
สรุปเงื่อนไขใหม่โครงการ "คนละครึ่ง"
- กลุ่มคนที่เสียภาษี ได้รับสิทธิ 60:40
- กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เสียภาษี ได้รับสิทธิ 50:50
คณสมบัติของผู้ร่วมโครงการ "คนละครึ่ง"
1. มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย
2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่เปิดรับลงทะเบียน.
"คนละครึ่ง" รอบใหม่ เงื่อนไขอาจไม่แตกต่าง หวังช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมคาดเริ่มใช้ได้เร็วสุดเดือน ต.ค.นี้
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
หากได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว จะใช้เวลาในการเตรียมการไม่นาน หากนโยบายชัดเจนและมีการสั่งการจากระดับสูง ประมาณการใช้เวลาไม่เกิน 30-45 วัน สามารถเริ่มโครงการได้เลยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะตรงกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่เศรษฐกิจต้องการแรงผลักดันเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมองว่าการทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบคนละครึ่ง เป็นเรื่องที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะช่วยได้ทั้งการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อได้อีกทางหนึ่งที่มีผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในภาคประชาชนที่มีการใช้จ่าย รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าก็สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น สร้างการไหลเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับด้านงบประมาณ รัฐบาลได้จัดสรรงบกลางเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับปี 2569 ไว้อยู่แล้วเป็นจำนวน 25,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่สามารถนำงบประมาณก้อนนี้ออกมาใช้ดำเนินโครงการคนละครึ่งหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบอื่นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม
ส่วนด้านความพร้อมของระบบเทคโนโลยี ก็ไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ เพราะที่ผ่านมากระทรวงการคลังเคยดำเนินโครงการคนละครึ่งมาแล้วถึง 5 รอบผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปถุงเงิน ทำให้มีประสบการณ์และความชำนาญในการจัดการระบบเป็นอย่างดี ดังนั้นหากจะเดินหน้าโครงการต่ออีกครั้ง ก็สามารถใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีอยู่แล้ว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน และดำเนินการรับจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะต้องมีการติดตามและปรับปรุง คือเรื่องของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่รวมกันเกินกว่า 1 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งในเขตเมืองและชนบท
สำหรับช่วงที่มีการหยุดโครงการไประยะหนึ่ง อาจมีร้านค้าบางส่วนถอนตัวออกจากระบบ หรือปิดกิจการไป ดังนั้นจึงจะต้องทบทวนและตรวจสอบตัวเลขร้านค้าที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่อีกครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องที่มีความซับซ้อนเพราะสามารถดำเนินการแบบ 2 ขั้นตอนคู่ขนาน คือเปิดให้ร้านค้าที่ยังอยู่ในระบบและพร้อมดำเนินการรับเงินเริ่มทำงานไปก่อนได้ และในขณะเดียวกันก็เปิดรับสมัครร้านค้าใหม่ หรือร้านค้าที่ต้องการกลับเข้าร่วมโครงการไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เตรียมความพร้อมในด้านการประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งาน เพื่อให้โครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย.
จากกรณี "รัฐบาลอนุทิน" มีแนวคิดที่จะนำโครงการ "คนละครึ่ง" กลับมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้งนั้น ขณะที่ "กระทรวงการคลัง" มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน
หากได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว จะใช้เวลาในการเตรียมการไม่นาน หากนโยบายชัดเจนและมีการสั่งการจากระดับสูง ประมาณการใช้เวลาไม่เกิน 30-45 วัน สามารถเริ่มโครงการได้เลยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะตรงกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่เศรษฐกิจต้องการแรงผลักดันเพิ่มเติม
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังมองว่าการทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบคนละครึ่ง เป็นเรื่องที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะช่วยได้ทั้งการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อได้อีกทางหนึ่งที่มีผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในภาคประชาชนที่มีการใช้จ่าย รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าก็สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น สร้างการไหลเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก
สำหรับด้านงบประมาณ รัฐบาลได้จัดสรรงบกลางเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับปี 2569 ไว้อยู่แล้วเป็นจำนวน 25,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่สามารถนำงบประมาณก้อนนี้ออกมาใช้ดำเนินโครงการคนละครึ่งหรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบอื่นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม
ส่วนด้านความพร้อมของระบบเทคโนโลยี ก็ไม่มีปัญหาอุปสรรคใดๆ เพราะที่ผ่านมากระทรวงการคลังเคยดำเนินโครงการคนละครึ่งมาแล้วถึง 5 รอบผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปถุงเงิน ทำให้มีประสบการณ์และความชำนาญในการจัดการระบบเป็นอย่างดี ดังนั้นหากจะเดินหน้าโครงการต่ออีกครั้ง ก็สามารถใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังที่มีอยู่แล้ว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน และดำเนินการรับจ่ายเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะต้องมีการติดตามและปรับปรุง คือเรื่องของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งร้านเล็กและร้านใหญ่รวมกันเกินกว่า 1 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งในเขตเมืองและชนบท
สำหรับช่วงที่มีการหยุดโครงการไประยะหนึ่ง อาจมีร้านค้าบางส่วนถอนตัวออกจากระบบ หรือปิดกิจการไป ดังนั้นจึงจะต้องทบทวนและตรวจสอบตัวเลขร้านค้าที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่อีกครั้ง แต่ไม่ใช่เรื่องที่มีความซับซ้อนเพราะสามารถดำเนินการแบบ 2 ขั้นตอนคู่ขนาน คือเปิดให้ร้านค้าที่ยังอยู่ในระบบและพร้อมดำเนินการรับเงินเริ่มทำงานไปก่อนได้ และในขณะเดียวกันก็เปิดรับสมัครร้านค้าใหม่ หรือร้านค้าที่ต้องการกลับเข้าร่วมโครงการไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้เตรียมความพร้อมในด้านการประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งาน เพื่อให้โครงการสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อีกด้วย.
"กรมบัญชีกลาง" อัปเดต "สวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" / "บัตรคนจน" เดือนกันยายน 2568 ผู้ได้สิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด เช็กชัดๆ ได้รับค่าอะไรบ้าง
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนกันยายน 2568 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 กันยายน 2568 (เป็นวงเงินสิทธิไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
นางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนกันยายน 2568 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 กันยายน 2568 (เป็นวงเงินสิทธิไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป)
- วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (ก.ค. - ก.ย. 68)
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ประกอบด้วย บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ)
- รอบที่ 1 จ่ายวันที่ 16 กันยายน 2568
- รอบที่ 2 จ่ายวันที่ 17 กันยายน 2568
- รอบที่ 3 จ่ายวันที่ 18 กันยายน 2568