คดี "ไชยชนก" ถูกเสนอสินบน 40 ล้าน กองปราบขยายผล จ่อส่ง ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า
ผบช.ก. เผยคดี "ไชยชนก" รมว.ดีอี ถูกเสนอสินบน 40 ล้าน แลกไม่ให้ปราบแก๊งคอลฯ กองปราบขยายผล จ่อส่ง ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า ยังไม่มีข้อมูลเป็นนักการเมือง หรือข้าราชการ
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. หลังการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า มีผู้มาติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 68 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้รับคำให้การของนายไชยชนก และเตรียมนำส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนนี้ทางกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้รับเรื่องกำลังตรวจสอบข้อกฎหมาย ว่าจะเข้าข่ายกฎหมายของตำรวจ หรือ ป.ป.ช. แต่แนวโน้มส่วนใหญ่จะเข้าข่ายกฎหมายของ ป.ป.ช. หากมีการเรียกรับสินบนเกิดขึ้นจริง แต่ขณะนี้ตำรวจ บก.ป. อยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินการตรวจสอบ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด
เมื่อถามว่าสิ่งที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้นเป็นกลุ่มข้าราชการหรือบุคคลทั่วไปและมีจำนวนกี่คน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ขอสืบสวนให้ละเอียดก่อน ตอนนี้มีข้อมูลว่าเป็นบุคคลธรรมดา ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ ส่วนจะเรียกใครมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ขณะนี้ ยังไม่มี
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะดำเนินการทั้งหมดภายใต้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยพรุ่งนี้ 10 ต.ค. 68 จะมีการหารือในเรื่องนี้ รวมทั้งคาดว่าจะส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. หลังการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า มีผู้มาติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 68 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้รับคำให้การของนายไชยชนก และเตรียมนำส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตอนนี้ทางกองบังคับการปราบปราม เป็นผู้รับเรื่องกำลังตรวจสอบข้อกฎหมาย ว่าจะเข้าข่ายกฎหมายของตำรวจ หรือ ป.ป.ช. แต่แนวโน้มส่วนใหญ่จะเข้าข่ายกฎหมายของ ป.ป.ช. หากมีการเรียกรับสินบนเกิดขึ้นจริง แต่ขณะนี้ตำรวจ บก.ป. อยู่ระหว่างสืบสวนดำเนินการตรวจสอบ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด
เมื่อถามว่าสิ่งที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้นเป็นกลุ่มข้าราชการหรือบุคคลทั่วไปและมีจำนวนกี่คน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ขอสืบสวนให้ละเอียดก่อน ตอนนี้มีข้อมูลว่าเป็นบุคคลธรรมดา ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ ส่วนจะเรียกใครมาสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ขณะนี้ ยังไม่มี
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะดำเนินการทั้งหมดภายใต้กฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยพรุ่งนี้ 10 ต.ค. 68 จะมีการหารือในเรื่องนี้ รวมทั้งคาดว่าจะส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้า
นายกฯ พาไหว้นรสิงห์บนตึกไทยคู่ฟ้า “ธรรมนัส” ปัดตอมปม “เบน สมิธ” ฟ้อง “โรม”
“อนุทิน” พา “ธรรมนัส” ไหว้องค์นรสิงห์บนตึกไทยคู่ฟ้า หลังประชุม คอภ. ด้าน “ธรรมนัส” โยนถามนายกฯ ปัดตอมปม “เบน สมิธ” ยื่นฟ้อง “โรม” ข้อหาหมิ่นประมาท เรียก 100 ล้าน
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ครั้งที่ 1/2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นไปไหว้รูปปั้นองค์นรสิงห์ (จำลอง) ที่บริเวณระเบียงด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568 ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ครั้งที่ 1/2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พา ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขึ้นไปไหว้รูปปั้นองค์นรสิงห์ (จำลอง) ที่บริเวณระเบียงด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ร้อยเอกธรรมนัส ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หลังการประชุม คอภ. ถึงประเด็นที่มอบหมายให้ นายธนดล วัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางมายื่นฟ้องร้องดำเนินคดีกับ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ศาลอาญารัชดา ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมทั้งฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท จากกรณีอภิปรายกล่าวหา นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) หรือ เบน สมิธ นักธุรกิจต่างชาติ ว่า เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยร้อยเอกธรรมนัส กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอให้ไปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรี.
“เพื่อไทย-อิ๊งค์” น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เตรียมนำไปสรุปบทเรียน
เพื่อไทย ขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ “ภูริกา” ยืนยันมุ่งมั่นทำงานต่อ ด้าน “แพทองธาร” ชี้ แม้ผลการเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษจะไม่เป็นไปตามหวัง แต่จะนำไปสรุปบทเรียน เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไป
วันที่ 28 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ชนะนำ นางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่นางสาวภูริกา หลังทราบผลคะแนน ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ล่าสุดพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แต่ทุกคะแนนเสียงคือความไว้วางใจ อันมีค่าที่สุดสำหรับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย จะยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยต่อไป
ด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่าน X พร้อมรีพลายข้อความของพรรคเพื่อไทย ว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ทุกเสียงคือกำลังใจสำคัญให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป
ขอขอบคุณคุณกุ้งและทีมงานทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไปค่ะ
วันที่ 28 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ชนะนำ นางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่นางสาวภูริกา หลังทราบผลคะแนน ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
ล่าสุดพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า พรรคเพื่อไทย ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนมอบให้ ในการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามความคาดหวัง แต่ทุกคะแนนเสียงคือความไว้วางใจ อันมีค่าที่สุดสำหรับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย จะยังมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างโอกาสที่ดีขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยต่อไป
ด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่าน X พร้อมรีพลายข้อความของพรรคเพื่อไทย ว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ทุกความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ทุกเสียงคือกำลังใจสำคัญให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป
ขอขอบคุณคุณกุ้งและทีมงานทุกท่านที่ทำงานอย่างเต็มที่ในครั้งนี้ เราจะสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อประสบความสำเร็จในครั้งต่อไปค่ะ
จับตาเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 บ้านใหญ่ “ไตรสรณกุล” จากพรรคภูมิใจไทย ขอสู้ “ภูริกา สมหมาย” ลูกสาวแชมป์เก่า จากพรรคเพื่อไทย
วันที่ 27 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่จะมีการลงคะแนนในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. 58) ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. เป็นการเลือกแทน นายอมรเทพ สมหมาย สส. พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต โดยเขตเลือกตั้งดังกล่าวประกอบไปด้วย อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ รวม 236 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวน 2 คน คือ หมายเลข 1 น.ส.ภูริกา สมหมาย พรรคเพื่อไทย (ลูกสาว) และหมายเลข 2 น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล พรรคภูมิใจไทย ลูกพี่ลูกน้องกับ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย ทายาทบ้านใหญ่แห่งศรีสะเกษ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชื่อมั่นในฝีมือการทำงานจนได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ อายุ 35 ปี ถือเป็นเลขาธิการนายกฯ อายุน้อยที่สุด
สำหรับการเลือกตั้งสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 160,000 คน ด้าน นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนขณะนี้ว่าเป็นปกติเรียบร้อย ไม่ได้รับผลกระทบ ทาง กกต.มีความพร้อม และมีแผนรองรับเตรียมความพร้อมไว้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
วันที่ 27 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งซ่อม สส.ศรีสะเกษ เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่จะมีการลงคะแนนในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย. 58) ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น. เป็นการเลือกแทน นายอมรเทพ สมหมาย สส. พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต โดยเขตเลือกตั้งดังกล่าวประกอบไปด้วย อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ รวม 236 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวน 2 คน คือ หมายเลข 1 น.ส.ภูริกา สมหมาย พรรคเพื่อไทย (ลูกสาว) และหมายเลข 2 น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล พรรคภูมิใจไทย ลูกพี่ลูกน้องกับ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย ทายาทบ้านใหญ่แห่งศรีสะเกษ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เชื่อมั่นในฝีมือการทำงานจนได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ อายุ 35 ปี ถือเป็นเลขาธิการนายกฯ อายุน้อยที่สุด
สำหรับการเลือกตั้งสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 160,000 คน ด้าน นายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนขณะนี้ว่าเป็นปกติเรียบร้อย ไม่ได้รับผลกระทบ ทาง กกต.มีความพร้อม และมีแผนรองรับเตรียมความพร้อมไว้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
“อนุทิน” เผย โผ “ครม.” 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของหน่วยงานนอก ยังอุบตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม บอก ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน อ้อน คน สธ. ถ่านไฟเก่ายังคุ
วันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความยินดีแก่นักสาธารณสุขดีเด่น ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล ชัยนาทนเรนทร ปี 2567 และร่วมพิธีปิดการประชุมวิชาการสาธารณสุข 2568 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง แพทย์ พยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วม
โดยก่อนเริ่มงานผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นายอนุทิน ยิ้มแล้วตอบว่า “มาเจอแฟนเก่า คือ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนเริ่มงาน นพ.โอภาส ได้นำทีมบริหารกระทรวงสาธารณสุข มอบพวงมาลัยช่อใหญ่อวยพรวันเกิดล่วงหน้านายอนุทินในวาระที่อายุครบ 59 ปี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายอนุทินได้เดินเข้าห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม สถานที่จัดงาน โดยได้กราบนมัสการ พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าคณะตำบลชั้นเอก วัดหัวฝาย จ.เชียงราย หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลชัยนาทนเรนทรประจำปี 2567 ซึ่งพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ได้มอบกำไลหยก และแหวน เพื่อให้นายอนุทินได้บูชาด้วย
จากนั้น เวลา 10.10 น. นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สาธารณสุขไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้มาพบกับท่านในบรรยากาศเช่นนี้ ทำให้รู้สึกคิดถึงเหมือนตัวเองได้กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้ง เพราะตั้งแต่พ้นตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าคิดถึงกระทรวงสาธารณสุขอยู่ตลอด ตนออกไปจากกระทรวงสาธารณสุข 2 ปี ไปมีบทบาทต่าง ๆ ที่กระทรวงอื่น พักงานไป 2 เดือน และกลับมารับใช้ชาติบ้านเมืองอีกครั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าสิ่งที่ตนจดจำ และประทับใจมากคือตอนที่ทำงานอยู่กระทรวงสาธารณสุข เพราะใช้เวลาทำงานที่นี่ตั้งแต่เป็น รมช. สาธารณสุข เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ถือว่าใช้เวลาในกระทรวงสาธารณสุขเกือบ 7 ปี ที่ทำงานกับพวกท่าน พบกับสิ่งที่ท้าทายสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งดีงาม และสิ่งที่ต้องแก้ไข พบมาในทุกมิติ แต่สิ่งที่มั่นใจคือความร่วมมือที่ได้จากข้าราชการทุกระดับในกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ภารกิจต่าง ๆ บรรลุผ่านพ้นไปได้ด้วยดี-กกก+
“อนุทิน” เผย โผ “ครม.” 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของหน่วยงานนอก ยังอุบตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม บอก ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน อ้อน คน สธ. ถ่านไฟเก่ายังคุ
วันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความยินดีแก่นักสาธารณสุขดีเด่น ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล ชัยนาทนเรนทร ปี 2567 และร่วมพิธีปิดการประชุมวิชาการสาธารณสุข 2568 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง แพทย์ พยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วม
โดยก่อนเริ่มงานผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นายอนุทิน ยิ้มแล้วตอบว่า “มาเจอแฟนเก่า คือ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนเริ่มงาน นพ.โอภาส ได้นำทีมบริหารกระทรวงสาธารณสุข มอบพวงมาลัยช่อใหญ่อวยพรวันเกิดล่วงหน้านายอนุทินในวาระที่อายุครบ 59 ปี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายอนุทินได้เดินเข้าห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม สถานที่จัดงาน โดยได้กราบนมัสการ พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าคณะตำบลชั้นเอก วัดหัวฝาย จ.เชียงราย หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลชัยนาทนเรนทรประจำปี 2567 ซึ่งพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ได้มอบกำไลหยก และแหวน เพื่อให้นายอนุทินได้บูชาด้วย
จากนั้น เวลา 10.10 น. นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สาธารณสุขไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้มาพบกับท่านในบรรยากาศเช่นนี้ ทำให้รู้สึกคิดถึงเหมือนตัวเองได้กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้ง เพราะตั้งแต่พ้นตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าคิดถึงกระทรวงสาธารณสุขอยู่ตลอด ตนออกไปจากกระทรวงสาธารณสุข 2 ปี ไปมีบทบาทต่าง ๆ ที่กระทรวงอื่น พักงานไป 2 เดือน และกลับมารับใช้ชาติบ้านเมืองอีกครั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าสิ่งที่ตนจดจำ และประทับใจมากคือตอนที่ทำงานอยู่กระทรวงสาธารณสุข เพราะใช้เวลาทำงานที่นี่ตั้งแต่เป็น รมช. สาธารณสุข เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ถือว่าใช้เวลาในกระทรวงสาธารณสุขเกือบ 7 ปี ที่ทำงานกับพวกท่าน พบกับสิ่งที่ท้าทายสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งดีงาม และสิ่งที่ต้องแก้ไข พบมาในทุกมิติ แต่สิ่งที่มั่นใจคือความร่วมมือที่ได้จากข้าราชการทุกระดับในกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ภารกิจต่าง ๆ บรรลุผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
...“มาวันนี้ถ่านไฟเก่ายังคุอยู่ เชื่อว่าทุกท่านเข้าใจความผูกพันที่ผมมีกับกระทรวงสาธารณสุข รักกันไม่มีวันหมดอายุ ขอให้เรามั่นใจซึ่งกันและกัน จะเร่งสร้างสิ่งดีงามให้กับระบบสาธารณสุข ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชน เราเชื่อใจกันแล้ว อย่างอื่นก็เป็นเรื่องง่าย” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายอนุทินลงจากเวที ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข และอสม. ได้เข้ามารุมล้อมนายอนุทิน ขอเซลฟี่ และมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ขณะเดียวกันบางส่วนตะโกนให้ “นายกฯสู้ๆ”
โผ “ครม.” 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังอุบตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม
ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จริง ๆ ก็ต้องถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ก็อยู่ในขั้นตอนที่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายตน เพราะเรารอการตรวจสอบให้เรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใกล้เสร็จแล้วรอไม่นาน ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน
วันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความยินดีแก่นักสาธารณสุขดีเด่น ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล ชัยนาทนเรนทร ปี 2567 และร่วมพิธีปิดการประชุมวิชาการสาธารณสุข 2568 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง แพทย์ พยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วม
โดยก่อนเริ่มงานผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นายอนุทิน ยิ้มแล้วตอบว่า “มาเจอแฟนเก่า คือ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนเริ่มงาน นพ.โอภาส ได้นำทีมบริหารกระทรวงสาธารณสุข มอบพวงมาลัยช่อใหญ่อวยพรวันเกิดล่วงหน้านายอนุทินในวาระที่อายุครบ 59 ปี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายอนุทินได้เดินเข้าห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม สถานที่จัดงาน โดยได้กราบนมัสการ พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าคณะตำบลชั้นเอก วัดหัวฝาย จ.เชียงราย หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลชัยนาทนเรนทรประจำปี 2567 ซึ่งพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ได้มอบกำไลหยก และแหวน เพื่อให้นายอนุทินได้บูชาด้วย
จากนั้น เวลา 10.10 น. นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สาธารณสุขไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้มาพบกับท่านในบรรยากาศเช่นนี้ ทำให้รู้สึกคิดถึงเหมือนตัวเองได้กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้ง เพราะตั้งแต่พ้นตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าคิดถึงกระทรวงสาธารณสุขอยู่ตลอด ตนออกไปจากกระทรวงสาธารณสุข 2 ปี ไปมีบทบาทต่าง ๆ ที่กระทรวงอื่น พักงานไป 2 เดือน และกลับมารับใช้ชาติบ้านเมืองอีกครั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าสิ่งที่ตนจดจำ และประทับใจมากคือตอนที่ทำงานอยู่กระทรวงสาธารณสุข เพราะใช้เวลาทำงานที่นี่ตั้งแต่เป็น รมช. สาธารณสุข เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ถือว่าใช้เวลาในกระทรวงสาธารณสุขเกือบ 7 ปี ที่ทำงานกับพวกท่าน พบกับสิ่งที่ท้าทายสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งดีงาม และสิ่งที่ต้องแก้ไข พบมาในทุกมิติ แต่สิ่งที่มั่นใจคือความร่วมมือที่ได้จากข้าราชการทุกระดับในกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ภารกิจต่าง ๆ บรรลุผ่านพ้นไปได้ด้วยดี-กกก+
“อนุทิน” เผย โผ “ครม.” 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของหน่วยงานนอก ยังอุบตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม บอก ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน อ้อน คน สธ. ถ่านไฟเก่ายังคุ
วันที่ 12 ก.ย. 2568 ที่อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความยินดีแก่นักสาธารณสุขดีเด่น ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล ชัยนาทนเรนทร ปี 2567 และร่วมพิธีปิดการประชุมวิชาการสาธารณสุข 2568 โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกระทรวง แพทย์ พยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ให้การต้อนรับ และเข้าร่วม
โดยก่อนเริ่มงานผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดวันนี้จึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ นายอนุทิน ยิ้มแล้วตอบว่า “มาเจอแฟนเก่า คือ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนเริ่มงาน นพ.โอภาส ได้นำทีมบริหารกระทรวงสาธารณสุข มอบพวงมาลัยช่อใหญ่อวยพรวันเกิดล่วงหน้านายอนุทินในวาระที่อายุครบ 59 ปี ในวันที่ 13 ก.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายอนุทินได้เดินเข้าห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม สถานที่จัดงาน โดยได้กราบนมัสการ พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าคณะตำบลชั้นเอก วัดหัวฝาย จ.เชียงราย หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลชัยนาทนเรนทรประจำปี 2567 ซึ่งพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ ได้มอบกำไลหยก และแหวน เพื่อให้นายอนุทินได้บูชาด้วย
จากนั้น เวลา 10.10 น. นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สาธารณสุขไทย สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า วันนี้มาพบกับท่านในบรรยากาศเช่นนี้ ทำให้รู้สึกคิดถึงเหมือนตัวเองได้กลับคืนสู่เหย้าอีกครั้ง เพราะตั้งแต่พ้นตำแหน่ง รมว. สาธารณสุข เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าคิดถึงกระทรวงสาธารณสุขอยู่ตลอด ตนออกไปจากกระทรวงสาธารณสุข 2 ปี ไปมีบทบาทต่าง ๆ ที่กระทรวงอื่น พักงานไป 2 เดือน และกลับมารับใช้ชาติบ้านเมืองอีกครั้งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าสิ่งที่ตนจดจำ และประทับใจมากคือตอนที่ทำงานอยู่กระทรวงสาธารณสุข เพราะใช้เวลาทำงานที่นี่ตั้งแต่เป็น รมช. สาธารณสุข เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ถือว่าใช้เวลาในกระทรวงสาธารณสุขเกือบ 7 ปี ที่ทำงานกับพวกท่าน พบกับสิ่งที่ท้าทายสิ่งที่เป็นปัญหา สิ่งดีงาม และสิ่งที่ต้องแก้ไข พบมาในทุกมิติ แต่สิ่งที่มั่นใจคือความร่วมมือที่ได้จากข้าราชการทุกระดับในกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ภารกิจต่าง ๆ บรรลุผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
...“มาวันนี้ถ่านไฟเก่ายังคุอยู่ เชื่อว่าทุกท่านเข้าใจความผูกพันที่ผมมีกับกระทรวงสาธารณสุข รักกันไม่มีวันหมดอายุ ขอให้เรามั่นใจซึ่งกันและกัน จะเร่งสร้างสิ่งดีงามให้กับระบบสาธารณสุข ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชน เราเชื่อใจกันแล้ว อย่างอื่นก็เป็นเรื่องง่าย” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่นายอนุทินลงจากเวที ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข และอสม. ได้เข้ามารุมล้อมนายอนุทิน ขอเซลฟี่ และมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ ขณะเดียวกันบางส่วนตะโกนให้ “นายกฯสู้ๆ”
โผ “ครม.” 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังอุบตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม
ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จริง ๆ ก็ต้องถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ก็อยู่ในขั้นตอนที่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายตน เพราะเรารอการตรวจสอบให้เรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กระบวนการจะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใกล้เสร็จแล้วรอไม่นาน ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเรียบร้อยก่อน
อดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" เดินทางออกบ้านจันทร์ส่องหล้า 9 โมง 9 นาที มาถึงศาลฎีกาแล้ว ก่อนฟังคำสั่งบังคับโทษคดีชั้น 14
อดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" เดินทางออกบ้านจันทร์ส่องหล้า 9 โมง 9 นาที มาถึงศาลฎีกาแล้ว ก่อนฟังคำสั่งบังคับโทษคดีชั้น 14
ภายหลังจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัดเพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณ ว่าเป็นไปตามผลคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ก่อนศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. และให้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร มาฟังคำสั่งด้วยล่าสุด วันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นที่พักของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในวันนี้นายทักษิณมีกำหนดนัดฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “คดีชั้น 14” เวลา 10.00 น.
โดยตั้งแต่เวลา 06.00 น. บรรยากาศรอบบ้านเป็นไปอย่างเงียบสงบ โดยมีผู้สื่อข่าวปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ด้านหน้าบ้าน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัด ทั้งในและนอกเครื่องแบบได้มาประจำการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความเรียบร้อย
ต่อมา เวลา 08.44 น. มีขบวนรถตู้เบนซ์จำนวน 4 คันขับเข้ามาภายในบ้าน จากรายงานทราบว่าเป็นรถของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ เดินทางเข้ามาพบคุณพ่อก่อนที่จะออกไปพร้อมกัน
กระทั่งเวลา 09.09 น. ขบวนรถของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เคลื่อนออกจากบ้าน โดยรถคันแรกเป็นรถเมอร์เซเดสเบนซ์ มายบัค สีดำ-เงิน หมายเลขทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร (รถของคุณทักษิณ) ตามด้วยขบวนรถของบุตรสาวรวมทั้งหมด 5 คัน มุ่งหน้าไปยังศาลฎีกา
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายทักษิณตั้งใจออกเดินทางเวลา 09.09 น. ของวันที่ 9 เดือน 9 ซึ่งถือเป็นฤกษ์ดีหรือไม่ แต่เป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและผู้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดล่าสุด เมื่อเวลา 09.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถยนต์ของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางถึงศาลฎีกา โดยนายทักษิณได้ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะเดินเข้าไปในศาลพร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาว รวมถึงลูกเขยทั้ง 2 คน.
ภายหลังจาก ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัดเพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณ ว่าเป็นไปตามผลคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ก่อนศาลนัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 ก.ย. 2568 เวลา 10.00 น. และให้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร มาฟังคำสั่งด้วยล่าสุด วันที่ 9 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นที่พักของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยในวันนี้นายทักษิณมีกำหนดนัดฟังคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “คดีชั้น 14” เวลา 10.00 น.
โดยตั้งแต่เวลา 06.00 น. บรรยากาศรอบบ้านเป็นไปอย่างเงียบสงบ โดยมีผู้สื่อข่าวปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ด้านหน้าบ้าน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัด ทั้งในและนอกเครื่องแบบได้มาประจำการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความเรียบร้อย
ต่อมา เวลา 08.44 น. มีขบวนรถตู้เบนซ์จำนวน 4 คันขับเข้ามาภายในบ้าน จากรายงานทราบว่าเป็นรถของ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ เดินทางเข้ามาพบคุณพ่อก่อนที่จะออกไปพร้อมกัน
กระทั่งเวลา 09.09 น. ขบวนรถของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เคลื่อนออกจากบ้าน โดยรถคันแรกเป็นรถเมอร์เซเดสเบนซ์ มายบัค สีดำ-เงิน หมายเลขทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร (รถของคุณทักษิณ) ตามด้วยขบวนรถของบุตรสาวรวมทั้งหมด 5 คัน มุ่งหน้าไปยังศาลฎีกา
ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายทักษิณตั้งใจออกเดินทางเวลา 09.09 น. ของวันที่ 9 เดือน 9 ซึ่งถือเป็นฤกษ์ดีหรือไม่ แต่เป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและผู้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดล่าสุด เมื่อเวลา 09.25 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถยนต์ของนายทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางถึงศาลฎีกา โดยนายทักษิณได้ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะเดินเข้าไปในศาลพร้อม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ลูกสาว รวมถึงลูกเขยทั้ง 2 คน.
เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม วางแผนกำหนดแนวพื้นที่รักษาความเรียบร้อย รองรับศาลฎีกาอ่านคำสั่ง คดีบังคับโทษ "ทักษิณ ชินวัตร" ชั้น 14 พรุ่งนี้ (9 ก.ย. 68)
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเจ้าหน้าที่ของศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้มาร่วมกันวางแผนและกำหนดแนวพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย รองรับการอ่านคำสั่งของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางมาฟังคำสั่งที่ศาลฎีกาฯ
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และกองกำลัง คฝ. ได้กำหนดพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย โดยจะอนุญาตให้สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาฯ เท่านั้นที่สามารถเข้าฟังและสามารถนำรถทีมข่าวมาจอดบริเวณด้านหลังอาคารศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอดได้
เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม วางแผนกำหนดแนวพื้นที่รักษาความเรียบร้อย รองรับศาลฎีกาอ่านคำสั่ง คดีบังคับโทษ "ทักษิณ ชินวัตร" ชั้น 14 พรุ่งนี้ (9 ก.ย. 68)
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเจ้าหน้าที่ของศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้มาร่วมกันวางแผนและกำหนดแนวพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย รองรับการอ่านคำสั่งของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางมาฟังคำสั่งที่ศาลฎีกาฯ
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และกองกำลัง คฝ. ได้กำหนดพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย โดยจะอนุญาตให้สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาฯ เท่านั้นที่สามารถเข้าฟังและสามารถนำรถทีมข่าวมาจอดบริเวณด้านหลังอาคารศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอดได้
ส่วนสื่อมวลชนที่ไม่ได้ขออนุญาต รวมทั้งบรรดากลุ่มมวลชนที่จะมาให้กำลังใจนายทักษิณ ให้รวมตัวกันที่บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา โดยจะมีแผงเหล็กกั้นไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลฎีกาฯ สำหรับรถของคู่ความในคดีนี้อนุญาตให้เข้าทางประตูด้านหลังอาคารศาลฎีกา ฝั่งคลองหลอด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย.
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเจ้าหน้าที่ของศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้มาร่วมกันวางแผนและกำหนดแนวพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย รองรับการอ่านคำสั่งของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางมาฟังคำสั่งที่ศาลฎีกาฯ
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และกองกำลัง คฝ. ได้กำหนดพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย โดยจะอนุญาตให้สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาฯ เท่านั้นที่สามารถเข้าฟังและสามารถนำรถทีมข่าวมาจอดบริเวณด้านหลังอาคารศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอดได้
เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม วางแผนกำหนดแนวพื้นที่รักษาความเรียบร้อย รองรับศาลฎีกาอ่านคำสั่ง คดีบังคับโทษ "ทักษิณ ชินวัตร" ชั้น 14 พรุ่งนี้ (9 ก.ย. 68)
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีเจ้าหน้าที่ของศาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้มาร่วมกันวางแผนและกำหนดแนวพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย รองรับการอ่านคำสั่งของศาลฎีกาฯ ในวันที่ 9 ก.ย.นี้ โดยศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางมาฟังคำสั่งที่ศาลฎีกาฯ
โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และกองกำลัง คฝ. ได้กำหนดพื้นที่เพื่อรักษาความเรียบร้อย โดยจะอนุญาตให้สื่อมวลชนที่ลงทะเบียนกับศาลฎีกาฯ เท่านั้นที่สามารถเข้าฟังและสามารถนำรถทีมข่าวมาจอดบริเวณด้านหลังอาคารศาลฎีกาฝั่งริมคลองหลอดได้
ส่วนสื่อมวลชนที่ไม่ได้ขออนุญาต รวมทั้งบรรดากลุ่มมวลชนที่จะมาให้กำลังใจนายทักษิณ ให้รวมตัวกันที่บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา โดยจะมีแผงเหล็กกั้นไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการจัดระเบียบและควบคุมพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลฎีกาฯ สำหรับรถของคู่ความในคดีนี้อนุญาตให้เข้าทางประตูด้านหลังอาคารศาลฎีกา ฝั่งคลองหลอด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย.
"ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ นั่งเครื่องบินส่วนตัว Bombardier Global 7500 เดินทางกลับถึงไทยแล้ว นั่งรถหรูมุ่งหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า
วันที่ 8 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางจากสิงคโปร์มาถึงสนามบินดอนเมืองเรียบร้อยแล้ว หลังจากเดินทางไปดูไบเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.59 น. พบว่า รถยนต์หรู Mercedes-Maybach ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่นายทักษิณใช้ในการไปศาลอาญา ได้ขับเข้าไปใน MJets โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านใน
ซึ่งต่อมาพบว่า รถหรูคันดังกล่าวได้ขับออกมาในเวลา 15.04 น. โดยไม่เห็นผู้โดยสารที่อยู่ภายใน เนื่องจากกระจกติดฟิล์มดำ โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า นายทักษิณ ได้เดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า
อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ชินวัตร มีกำหนดการเดินทางเข้ารับฟังคำตัดสินในคดีการพักรักษาตัวชั้น 14 ที่ศาลฎีกาในวันที่ 9 ก.ย. นี้ ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะได้รายงานให้ทราบต่อไป.
วันที่ 8 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเครื่องบินส่วนตัวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้เดินทางจากสิงคโปร์มาถึงสนามบินดอนเมืองเรียบร้อยแล้ว หลังจากเดินทางไปดูไบเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.59 น. พบว่า รถยนต์หรู Mercedes-Maybach ทะเบียน พร 195 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่นายทักษิณใช้ในการไปศาลอาญา ได้ขับเข้าไปใน MJets โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านใน
ซึ่งต่อมาพบว่า รถหรูคันดังกล่าวได้ขับออกมาในเวลา 15.04 น. โดยไม่เห็นผู้โดยสารที่อยู่ภายใน เนื่องจากกระจกติดฟิล์มดำ โดยมีรายงานเพิ่มเติมว่า นายทักษิณ ได้เดินทางไปบ้านจันทร์ส่องหล้า
อย่างไรก็ตาม นายทักษิณ ชินวัตร มีกำหนดการเดินทางเข้ารับฟังคำตัดสินในคดีการพักรักษาตัวชั้น 14 ที่ศาลฎีกาในวันที่ 9 ก.ย. นี้ ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะได้รายงานให้ทราบต่อไป.
สส.รวมชื่อส่งประธานสภาฯ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย "อนุทิน-ณัฐพงษ์" พ้นสมาชิกภาพ ปมทำ MOA
วันที่ 7 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสภาฯ ได้ร่วมกันเข้าชื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็น สส. ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (2) ประกอบมาตรา 185 (1) และ (2) ซึ่งประทับตรารับหนังสือโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 11.38 น. ลงเลขที่รับ 14239/2568 มีเนื้อหาระบุว่าด้วยผลจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4) ประกอบ มาตรา 160 (5) ตามเรื่องพิจารณาที่ 17/2568 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จึงทำให้รัฐมนตรีต้องพ้นจาก ตำแหน่งทั้งคณะ ตามมาตรา 167 (1) ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งในกรณีดังกล่าวให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ยกเว้นนายกรัฐมนตรีจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีนั้น
เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งข้างต้นแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน ซึ่งตามหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย พรรคการเมืองที่จะเสนอบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสามของมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองอื่นได้เพียงไม่เกิน 146 เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน 492 เสียง เมื่อไม่สามารถหาเสียงในจำนวนที่มากกว่ากึ่งหนึ่งได้ จึงได้ทำข้อตกลงร่วมกับพรรคประชาชน โดยตกลงกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน จะให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ตกลงร่วมกัน ดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
2. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
3. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย จะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว
4. เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
5. พรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
รายละเอียดปรากฏตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย
ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการกระทำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมืองหลายประการ ดังนี้
1. เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กล่าวคือ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 บัญญัติว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
แต่การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ทำข้อตกลงร่วมกันดังกล่าว และกำหนดเงื่อนไขให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะจัดตั้งขึ้นในโอกาสต่อไป ต้องปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนดทั้ง 5 ประการ ถือว่าเป็นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำของพรรคประชาชน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคประชาชน โดยมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมแต่ประการใด
นอกจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 164 บัญญัติว่าในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรี ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติหน้าที่ และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบ ระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม
แต่เมื่อพิจารณาตามเงื่อนไขตามบันทึกข้อตกลงร่วมดังกล่าวแล้ว มีการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ทั้งที่ระยะเวลาของสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2570 อีกทั้งมีการกำหนดว่าพรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่โดยปกติแล้วรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินจะต้องมีเสียงข้างมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสร้างความมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการบริหารการแผ่นดิน
2. การกระทำของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันเพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 46 และการกระทำดังกล่าวยังถือว่า พรรคภูมิใจไทยยินยอมหรือกระทำการอันทำให้พรรคประชาชนกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย ในลักษณะที่ทำให้พรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ขาดความเป็นอิสระ
ส่วนพรรคประชาชนก็กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยในลักษณะที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยขาดความเป็นอิสระเช่นกัน ซึ่งเป็น การฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งการกระทำของทั้งสองพรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจใน การปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและเป็นการกระทำอันเป็น ปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) และ (3) ด้วย
การกระทำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาลแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนด กรณีย่อมถือได้ว่า พรรคประชาชนโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน ได้ใช้สถานะของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมีลักษณะเป็นการก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือของพรรคประชาชน ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของคณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ของรัฐ ที่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนด และดำเนินการต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ตกลงนั้น ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ เช่น การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ การออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นต้น
ดังนั้น การกระทำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 185 (1) และ (2) ของรัฐธรรมนูญ จึงทำให้สมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (7)
ข้าพเจ้าจึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2 กราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอได้โปรดส่งคำร้องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งข้างต้นแล้ว ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทน ซึ่งตามหลักการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย พรรคการเมืองที่จะเสนอบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ตามที่บัญญัติไว้ในวรรคสามของมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ข้อเท็จจริงปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทย ได้รวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองอื่นได้เพียงไม่เกิน 146 เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน 492 เสียง เมื่อไม่สามารถหาเสียงในจำนวนที่มากกว่ากึ่งหนึ่งได้ จึงได้ทำข้อตกลงร่วมกับพรรคประชาชน โดยตกลงกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน จะให้ความเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยพรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ตกลงร่วมกัน ดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
2. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
3. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องมีการออกเสียงประชามติก่อนที่รัฐสภาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตามมาตรา 256 นั้น คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย จะเร่งผลักดันร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จในวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยเร็ว
4. เพื่อสร้างหลักประกันว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนจริง พรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
5. พรรคประชาชนยืนยันเป็นฝ่ายค้านต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ และจะไม่มีบุคคลใดจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
รายละเอียดปรากฏตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย
ข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการกระทำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมืองหลายประการ ดังนี้
1. เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กล่าวคือ ตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 บัญญัติว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์
แต่การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ทำข้อตกลงร่วมกันดังกล่าว และกำหนดเงื่อนไขให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ที่จะจัดตั้งขึ้นในโอกาสต่อไป ต้องปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนดทั้ง 5 ประการ ถือว่าเป็นการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาลต้องปฏิบัติหน้าที่โดยอยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำของพรรคประชาชน และเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคประชาชน โดยมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมแต่ประการใด
นอกจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 164 บัญญัติว่าในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรี ต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติหน้าที่ และใช้อำนาจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบ ระมัดระวังในการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม
แต่เมื่อพิจารณาตามเงื่อนไขตามบันทึกข้อตกลงร่วมดังกล่าวแล้ว มีการกำหนดให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน ทั้งที่ระยะเวลาของสภาผู้แทนราษฎรจะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2570 อีกทั้งมีการกำหนดว่าพรรคภูมิใจไทยต้องไม่ดำเนินการโดยวิธีการใดๆ เพื่อทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวขัดต่อหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่โดยปกติแล้วรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินจะต้องมีเสียงข้างมากจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสร้างความมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการบริหารการแผ่นดิน
2. การกระทำของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกันเพื่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี อันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 46 และการกระทำดังกล่าวยังถือว่า พรรคภูมิใจไทยยินยอมหรือกระทำการอันทำให้พรรคประชาชนกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย ในลักษณะที่ทำให้พรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย ขาดความเป็นอิสระ
ส่วนพรรคประชาชนก็กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยในลักษณะที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยขาดความเป็นอิสระเช่นกัน ซึ่งเป็น การฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งการกระทำของทั้งสองพรรคการเมืองดังกล่าวข้างต้น ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจใน การปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและเป็นการกระทำอันเป็น ปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) และ (3) ด้วย
การกระทำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าจึงเห็นว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาลแล้วต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนด กรณีย่อมถือได้ว่า พรรคประชาชนโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน ได้ใช้สถานะของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมีลักษณะเป็นการก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ผู้อื่น หรือของพรรคประชาชน ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของคณะรัฐมนตรีและหน่วยงาน ของรัฐ ที่ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนกำหนด และดำเนินการต่างๆ ตามเงื่อนไขที่ตกลงนั้น ต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการ เช่น การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ การออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นต้น
ดังนั้น การกระทำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 185 (1) และ (2) ของรัฐธรรมนูญ จึงทำให้สมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (7)
ข้าพเจ้าจึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2 กราบเรียนต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอได้โปรดส่งคำร้องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทักษิณ” แจงเหตุผลเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเปลี่ยนปลายทางไปดูไบ UAE บอก ตม.ไทยถ่วงเวลาทำให้ไปลงสิงคโปร์ไม่ทัน เปลี่ยนหาหมอกระดูก-ปอด พร้อมเจอเพื่อน ยืนยันกลับไทยแน่ ไปศาลเอง 9 ก.ย.
วันที่ 5 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 02.07 น. ตามเวลาประเทศไทย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ภายหลังใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดินทางไปต่างประเทศ ว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ กับหมอที่เคยดูแลระหว่างอยู่ต่างประเทศ ตม.ที่ไทย ถ่วงเวลาตนไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ตนได้ชนะคดีที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว มีสิทธิเดินทางเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป
“ระหว่างเส้นทางบิน นักบินแจ้งว่า การที่โดน ตม.ถ่วงเวลาผมไว้นาน ทำให้เครื่องจะไปลงสนามบิน Seletar ซึ่งใช้สำหรับเครื่อง Private Jet ลงที่สิงคโปร์ไม่ทัน เพราะสนามบินเปิดให้บริการ ถึงแค่ 4 ทุ่มเท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม.)”
เมื่อไม่สามารถไปลงที่สิงคโปร์ได้ ตนจึงตัดสินใจให้นักบินเปลี่ยนแผนไปลงดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เพราะที่ดูไบตนมีหมอกระดูก และหมอปอดที่ใช้ประจำมานาน และยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนที่ดูไบ ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 2 ปีกว่าแล้ว
พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ต้องบินวนว่า ระหว่างรอขออนุญาตจากสนามบินดูไบ นักบินต้องบินวนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้รับอนุญาตจึงได้หันหัวบินต่อไปยังดูไบ โดยย้ำในช่วงท้ายว่า “ผมตั้งใจจะกลับไปไทยไม่เกินวันที่ 8 เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง วันที่ 9 กันยายนนี้ครับ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณ จะเดินทางมาศาลในคดีชั้น 14
วันที่ 5 กันยายน 2568 เมื่อเวลา 02.07 น. ตามเวลาประเทศไทย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ภายหลังใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเดินทางไปต่างประเทศ ว่า วันนี้ตนตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ กับหมอที่เคยดูแลระหว่างอยู่ต่างประเทศ ตม.ที่ไทย ถ่วงเวลาตนไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ตนได้ชนะคดีที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว มีสิทธิเดินทางเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป
“ระหว่างเส้นทางบิน นักบินแจ้งว่า การที่โดน ตม.ถ่วงเวลาผมไว้นาน ทำให้เครื่องจะไปลงสนามบิน Seletar ซึ่งใช้สำหรับเครื่อง Private Jet ลงที่สิงคโปร์ไม่ทัน เพราะสนามบินเปิดให้บริการ ถึงแค่ 4 ทุ่มเท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1 ชม.)”
เมื่อไม่สามารถไปลงที่สิงคโปร์ได้ ตนจึงตัดสินใจให้นักบินเปลี่ยนแผนไปลงดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เพราะที่ดูไบตนมีหมอกระดูก และหมอปอดที่ใช้ประจำมานาน และยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนที่ดูไบ ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 2 ปีกว่าแล้ว
พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ต้องบินวนว่า ระหว่างรอขออนุญาตจากสนามบินดูไบ นักบินต้องบินวนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้รับอนุญาตจึงได้หันหัวบินต่อไปยังดูไบ โดยย้ำในช่วงท้ายว่า “ผมตั้งใจจะกลับไปไทยไม่เกินวันที่ 8 เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง วันที่ 9 กันยายนนี้ครับ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณ จะเดินทางมาศาลในคดีชั้น 14
“ภูมิธรรม” ชี้ระบบประชาธิปไตยบิดเบี้ยว มีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ควรคืนอำนาจให้ประชาชน รับได้ดำเนินการทูลเกล้าฯ ยื่นยุบสภาไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จากนี้เป็นเรื่องของพระราชอำนาจ
วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อถามว่าได้ยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นระบบประชาธิปไตยมันบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่ตกลงจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ที่ทางพรรคประชาชนจะโหวตให้แต่ไม่ร่วมรัฐบาลซึ่งยังไงก็เป็น 3 กลุ่มอยู่อย่างเดิม ส่วนพรรคเพื่อไทยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่รัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคประชาชนมี 2 หมวกอยู่ในตัวเอง คือทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล บรรยากาศการดึง สส. ต่างๆ ถือว่าสับสนอลหม่านท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีปัญหา สิ่งที่สำคัญคือวันนี้ไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นกลับเข้าสู่ประเทศได้ จะทำให้ปัญหาเศรษฐกิจถูกกระทบและรุมเร้า
ฝ่ายกฎหมายซึ่งมองว่าควรคืนอำนาจให้กับประชาชนในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องของพระราชอำนาจ ไม่มีใครจะสามารถไปตัดสินใจได้ เพราะอยู่ที่พระบรมราชวินิจฉัย
ตนเองในฐานะรักษาการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ก็คงจะกราบบังคมทูลสถานการณ์ต่างๆ ถวายให้พระองค์ทรงทราบ ซึ่งมีการยื่นทูลเกล้าฯ ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ต้องรอตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ หากเป็นแบบนี้พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนก็ต้องไปพิจารณา
พร้อมยืนยันว่าตนเองยื่นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย แต่ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าการยื่นยุบสภาคือทางออกของสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ โดยได้ขึ้นตึกบัญชาการไปทันที
วันที่ 3 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อถามว่าได้ยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาหรือยัง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นระบบประชาธิปไตยมันบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น การตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนที่ตกลงจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ที่ทางพรรคประชาชนจะโหวตให้แต่ไม่ร่วมรัฐบาลซึ่งยังไงก็เป็น 3 กลุ่มอยู่อย่างเดิม ส่วนพรรคเพื่อไทยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่รัฐบาลเสียงข้างน้อย ส่วนพรรคประชาชนมี 2 หมวกอยู่ในตัวเอง คือทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล บรรยากาศการดึง สส. ต่างๆ ถือว่าสับสนอลหม่านท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีปัญหา สิ่งที่สำคัญคือวันนี้ไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นกลับเข้าสู่ประเทศได้ จะทำให้ปัญหาเศรษฐกิจถูกกระทบและรุมเร้า
ฝ่ายกฎหมายซึ่งมองว่าควรคืนอำนาจให้กับประชาชนในการตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องของพระราชอำนาจ ไม่มีใครจะสามารถไปตัดสินใจได้ เพราะอยู่ที่พระบรมราชวินิจฉัย
ตนเองในฐานะรักษาการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ก็คงจะกราบบังคมทูลสถานการณ์ต่างๆ ถวายให้พระองค์ทรงทราบ ซึ่งมีการยื่นทูลเกล้าฯ ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ต้องรอตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ หากเป็นแบบนี้พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนก็ต้องไปพิจารณา
พร้อมยืนยันว่าตนเองยื่นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและตามกฎหมาย แต่ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าการยื่นยุบสภาคือทางออกของสถานการณ์การเมืองในตอนนี้ โดยได้ขึ้นตึกบัญชาการไปทันที
“เท้ง ณัฐพงษ์” นำลูกพรรคแถลง ผลหารือกรรมการบริหารพรรคประชาชน จะโหวตให้พรรคเพื่อไทย หรือพรรคภูมิใจไทย ได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีวันนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวเทโหวตให้พรรคสีน้ำเงิน
วันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไลน์ออฟฟิศเชียล แจ้งว่า พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นัดสื่อมวลชนในเวลา 9.00 น. แถลงข่าวผลการประชุมตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคในการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่อาคารรัฐสภา
อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ ภายหลังการประชุม สส. และกรรมการบริหารพรรคประชาชนเสร็จสิ้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้านได้มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ที่พรรคยังไม่มีมติเมื่อวานนี้ เนื่องจากต้องการเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคต่อ อีกกว่า 80,000 คน เพราะมีสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้ว 20,000 คน พร้อมปฏิเสธข่าวกรณีพรรคประชาชนมีมติโหวตให้พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากไม่มีมติใดๆ และไม่มีการโหวตใดๆทั้งสิ้น ส่วนข่าวที่ปล่อยออกมา ตัวเองไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อย และไม่ทราบเจตนา
“สิ่งที่พูดได้ เราไม่ไว้วางใจทั้งคู่ ถ้าจะพูดถึงความรู้สึกมีกันหมด หลายคนมีความรู้สึกกับพรรคเพื่อไทยตอนฉีก MOU หลายคนมีความรู้สึกกับพรรคภูมิใจไทยตอนอภิปราย ตอนเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ แต่ไม่ได้เอาความรู้สึกเป็นตัวตั้ง อดีตเราไม่ลืม เราไม่เอามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ สิ่งที่เราพยายามใช้ในการตัดสินใจคือการออกแบบกลไกที่รัดกุมที่สุด ที่ทำให้เรา ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านสามารถควบคุมรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ และพยายามจะดูจากทางข้อเท็จจริงต่างๆ ว่าทางเลือกไหนที่มีแนวโน้มที่จะทำให้เราสามารถควบคุมการรักษาสัญญาได้ดีที่สุด” นายพริษฐ์ กล่าว
วันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าไลน์ออฟฟิศเชียล แจ้งว่า พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นัดสื่อมวลชนในเวลา 9.00 น. แถลงข่าวผลการประชุมตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคในการโหวตนายกรัฐมนตรี ที่อาคารรัฐสภา
อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้ ภายหลังการประชุม สส. และกรรมการบริหารพรรคประชาชนเสร็จสิ้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน และ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้านได้มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ที่พรรคยังไม่มีมติเมื่อวานนี้ เนื่องจากต้องการเปิดรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคต่อ อีกกว่า 80,000 คน เพราะมีสมาชิกเข้ามาแสดงความคิดเห็นแล้ว 20,000 คน พร้อมปฏิเสธข่าวกรณีพรรคประชาชนมีมติโหวตให้พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากไม่มีมติใดๆ และไม่มีการโหวตใดๆทั้งสิ้น ส่วนข่าวที่ปล่อยออกมา ตัวเองไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อย และไม่ทราบเจตนา
“สิ่งที่พูดได้ เราไม่ไว้วางใจทั้งคู่ ถ้าจะพูดถึงความรู้สึกมีกันหมด หลายคนมีความรู้สึกกับพรรคเพื่อไทยตอนฉีก MOU หลายคนมีความรู้สึกกับพรรคภูมิใจไทยตอนอภิปราย ตอนเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ แต่ไม่ได้เอาความรู้สึกเป็นตัวตั้ง อดีตเราไม่ลืม เราไม่เอามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ สิ่งที่เราพยายามใช้ในการตัดสินใจคือการออกแบบกลไกที่รัดกุมที่สุด ที่ทำให้เรา ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านสามารถควบคุมรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ และพยายามจะดูจากทางข้อเท็จจริงต่างๆ ว่าทางเลือกไหนที่มีแนวโน้มที่จะทำให้เราสามารถควบคุมการรักษาสัญญาได้ดีที่สุด” นายพริษฐ์ กล่าว